🚃
การเดินทาง
สถานีโตเกียวเป็นปลายทางของชินคันเซ็นสายโทไกโด และเป็นต้นทางของสายโทโฮคุ โจเอ็ตสึ และโฮคุริคุ นอกจากนี้ยังมีรถไฟธรรมดาอีกแปดสายกับรถไฟใต้ดินสายมารุโนอุจิ ฝั่งมารุโนอุจิกับฝั่งยาเอสุเชื่อมกันด้วยทางเดินใต้ดินยาว เดินจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านใช้เวลาราวสิบนาที
🌸
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ช่วงเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ ย่านนี้เป็นย่านออฟฟิศ เสาร์อาทิตย์คนจึงบางตา ถนนนากาโดริเงียบลง ลานหน้าอาคารอิฐแดงไม่แออัด สวนดาดฟ้าก็มีที่ว่าง ถ้าจะดูตัวอาคาร ช่วงก่อนสามทุ่มที่ไฟยังเปิดอยู่ดีที่สุด
🗝️
เคล็ดลับท้องถิ่น
สิ่งที่ควรหยุดดูเกือบทั้งหมดอยู่นอกประตูตรวจตั๋ว ทั้งโดม หอศิลป์ สวนดาดฟ้า และถนนนากาโดริ ที่ไม่ได้อยู่ข้างนอกมีเพียงสองอย่าง คือกระดิ่งเงินกับแผ่นป้ายบนชานชาลา ถ้าไม่ได้ขึ้นรถไฟ ซื้อตั๋วเข้าชานชาลาราคาไม่แพงก็เข้าไปได้สองสามชั่วโมง
📖
ที่มาของชื่อ
ยาเอสุคือชื่อชาวดัตช์ที่ถอดเป็นภาษาญี่ปุ่น เมษายน 1600 เรือลีฟเดอเกยตื้นที่บุงโงะ ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดโออิตะ จากลูกเรือ 110 คนตอนออกเดินทาง เหลือรอดเพียง 24 คน สองในนั้นคือยาน โยสเตน กับวิลเลียม อดัมส์ ชาวอังกฤษ ถูกนำตัวไปเข้าเฝ้าโทกูงาวะ อิเอยาสึ โยสเตนได้รับความไว้วางใจ ได้บ้านพักแถวประตูวาดากูระ และใช้ชื่อญี่ปุ่นว่ายาโยสุ ริมน้ำที่บ้านเขาตั้งอยู่จึงถูกเรียกว่ายาโยสุงาชิ แล้วกลายมาเป็นยาเอสุ ปี 1872 ชื่อนี้ถูกตั้งให้พื้นที่ทางตะวันตกของสถานีปัจจุบัน ปี 1929 พื้นที่นั้นเปลี่ยนชื่อเป็นมารุโนอุจิ ยาเอสุจึงหายไป และกลับมาอีกครั้งในปี 1954 ทางฝั่งตะวันออก เมื่อนิฮงบาชิโกฟุกุบาชิและมากิโจเปลี่ยนชื่อ ชื่อนี้ข้ามรางรถไฟไปแล้ว